ผลงานประกวดโครงงานคณิตศาสตร์ ระดับประถมศึกษา ประจำปี 2569
หัวใจสำคัญ: รูปทรงเรขาคณิตที่มีสัดส่วนฐานและระดับความสูงใกล้เคียงกัน (เข้าใกล้รูปบาศก์) จะโอบล้อมปริมาตรได้โดยใช้พื้นที่ผิวน้อยที่สุด
สมการหาพื้นที่ผิวกระดาษรวม (รูปคลี่)
w = หน้ากว้าง | l = ความสูงถุง | h = ความลึกด้านข้าง
1.5 ซม. = ระยะเผื่อรอยต่อกาว | 3 ซม. = ระยะขอบพับปากถุง
| รูปแบบการทดลอง | กว้าง (w) | สูง (l) | ลึก (h) | พื้นที่กระดาษที่ใช้ (ตร.ซม.) |
|---|---|---|---|---|
| รูปแบบ A (เน้นกว้างและแบน) | 15.0 | 26.25 | 3.0 | 1,209.38 |
| รูปแบบ B (สัดส่วนใกล้จัตุรัส) *เลือกใช้ | 13.5 | 17.5 | 5.0 | 981.75 |
| รูปแบบ C (เน้นทรงสูงแคบ) | 10.5 | 11.25 | 10.0 | 1,030.63 |
ผลวิเคราะห์: การเพิ่มความลึกและลดความสูงลง (รูปแบบ B) ช่วยลดพื้นที่ผิวกระดาษได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
คุณสามารถทดลองกรอกตัวเลขสัดส่วนถุง (หน่วย: ซม.) เพื่อคำนวณความจุและพื้นที่กระดาษแบบเรียลไทม์!
การวัดขนาดยาจริงเพื่อหาปริมาตรเป้าหมายขั้นต่ำ พร้อมบวกระยะเผื่อ 1.5 ซม.
ร่างแบบคลี่ 2 มิติ (Net Diagram) ตามสัดส่วนสมการที่คำนวณได้
ถุงต้นแบบ 2 ขนาด (เล็ก: ยาแผง/ซอง และ ใหญ่: ขวดยาน้ำ)
รับชมกระบวนการทำงาน การทดลอง และการนำเสนอของพวกเราอย่างละเอียดได้ที่วิดีโอด้านล่างนี้ครับ
เมื่อเปรียบเทียบกับถุงขนาดมาตรฐาน รูปแบบที่ 1 ประหยัดกระดาษได้ 35.23% (533.97 ตร.ซม./ใบ)
และ รูปแบบที่ 2 ประหยัดกระดาษได้ 52.88% (1,499.78 ตร.ซม./ใบ) ทำให้ประหยัดได้เฉลี่ยถึงร้อยละ 44.05 ต่อใบ!
หากนำไปขยายผลใช้จริงกับคาดการณ์การใช้งาน 17.27 ล้านใบต่อปี จะสามารถช่วยประเทศลดขยะกระดาษได้สูงถึง
1,002,956ตารางเมตร / ปี